พูดได้ว่า Netflix แปลงเป็นสตรีมไม่งที่ยิ่งใหญ่ได้ก็ด้วยซีรีส์วัยรุ่นหลากแนวโดยยิ่งไปกว่านั้นแนวทริลเลอร์เหนือธรรมชาติอย่าง Stranger Things หรือจะเป็นซีรีส์วัยรุ่นจิตป่วยไข้อย่าง The End of The Fxxxing World ที่ครอบครองใจคอซีรีส์ทั่วทั้งโลก รวมทั้งในจังหวะอันดีที่กำลังจะได้เริ่มแฟรนไชส์ซีรีส์ใหม่ Netflix ก็ฉลาดด้วยการเอา 2 โหัวโจกอย่างเช่น โจนาธาน เอนต์วิสเซิล ผู้กำกับจาก The End of The Fxxxing World มาชุมนุมกับ ชอว์น เลวี ผู้อำนวยการผลิต Stranger Things มาเขย่าไอเดียวัยรุ่นประสาทแตกกับเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติจนถึงออกมาเป็น I’M NOT OKAY WITH THIS หัวข้อนี้นี่เอง

ซีรีส์เล่าถึง ซิดนีย์ โนแวค (โซเฟีย ลิลลิส) สาว

jumbo jiliไฮสคูลดำรงชีวิตอยู่กับแม่คนเดียวข้างหลังผ่านสถานะการณ์ทรามที่บิดาของคุณฆ่าตัวตาย แล้วก็เวลาที่ชีวิตเดินมาสู่จุดบอบบางที่สุด ดีนา (โซเฟีย ไบรแอนต์) เพื่อนฝูงสาวสุดฮอตของคุณก็ดันไปหลงผู้กระทั่งลืมคุณซะงั้น เมื่อเพื่อนซี้แยกตัวคุณก็ได้ผูกสัมพันธ์กับ สแตนลีย์ (ไวแอต โอเลฟฟ์) ชายหนุ่มข้างบ้านบ้าๆที่หลงใหลกัญชากับสื่อเพลิดเพลินวินเทหน้าจอปิ้งตลับเทป VHS และก็ยิ่งใกล้ไปสู่งานเต้นรำของสถานศึกษา ซิดนีย์ ก็ศึกษาและทำการค้นพบอำนาจจิตที่มีอำนาจเผาผลาญครั้งใดก็ตามคุณรู้สึกโกรธ กระทั่งคุณและก็แสตนลีย์ต้องหาทางควบคุมมันก่อนที่จะมีคนถูกตายเนื่องจากว่าอารมณ์กราดเกรี้ยวสุดร้ายแรงของคุณ

แต่เดิม I’M NOT OKAY WITH THIS เป็น

สล็อตคอมิกมาก่อนเขียนโดย ชาร์ลส์ เอส ฟอร์แมน ซึ่งหากแม้ไม่เคยอ่านคอมิกมาก็เห็นด้วยเลยว่าตัวเรื่องมีความน่าดึงดูดใจอยู่แล้ว ราวกับเอา แครี สาวสยดสยอง (1976) หนังสยองขวัญสุดดังของไบรอัน เดอ หาเรื่องมา มาต่อยอดผสมกับดรามาในสถานศึกษา แต่ว่าต่อไปนี้เพียงพอมันถูกเอามาเล่าโดย โจนาธาน เอนต์วิสเซิล ที่มานะจะยัดไอ้ความเป็น The End of The Fxxxing World ตั้งแต่โทนภาพสีซีดจางๆหรือฟอนต์ชื่อพร้อมแอกท้วงติงตายๆและก็เสียงอธิบายเรื่องของซิดนีย์ ก็สารภาพเลยว่ามันทำให้ซีรีส์มองผลักออกห่างจากผู้ชมมากยิ่งกว่าจะมีผลให้อินเสมือนซีรีส์ได้รับความนิยมของเขาก่อนหน้าที่ผ่านมา

โดยมูลเหตุ

สล็อตออนไลน์สำคัญคงจะมาจากดาราหนังอย่าง โซเฟีย ลิลลิส เองที่มิได้ส่องแสงเสน่ห์ราวกับใน IT ภาคแรกซักเท่าไหร่ แล้วยิ่งส่วนประกอบต่างๆไม่ค่อยเอื้อให้มองเห็นเสน่ห์ของคุณแล้ว บางทีผู้ชมก็เสมือนขาดสิ่งจรรโลงใจทางสายตาไปโดยปริยาย ยังดีที่ได้ โซเฟีย ไบรแอนต์ ในบทดีน่าเป็นที่ยอมรับเลยว่าคุณเป็นสาวผิวสีที่ฮอตมากมายจริงๆส่วนฝั่งผู้ชายก็จะต้องสารภาพว่าบท สแตนลีย์ ของ ไวแอต โอเลฟฟ์ ช่วยปรับซีรีส์มองบันเทิงใจมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นบทที่มองสมทบแบบมองจบแล้วลืมก็เหอะ แต่ว่ามีความคิดเห็นว่า 2 ย่อหน้านี้กล่าวเรื่องผู้แสดงแล้วจะกล่าวหาผมไม่ยินยอมเปิดใจมองซีรีส์อีกทั้งเรื่องครับผม เพราะว่าย่อหน้าถัดไปพวกเราจะมาพินิจพิจารณากันว่า ซีรีส์มันพลาดจุดไหนถึงก่อให้เกิดอาการไม่สุดบ้าง

ประการแรกเลย

jumboslotเป็น การกล่าวถึงพลังของซิดนีย์ ที่ราวกับจะสร้างความสยดสยอง ความน่ากลัวให้ผู้ชม ก็กลับถูกพรีเซนเทชั่นแบบผ่านๆเป็นซีนๆเพื่อเรื่องราวเชิญง่วงซึมมองมีอะไรขึ้นมาบ้าง แต่ว่ากว่าซีรีส์จะโยงไปสู่อดีตกาลของผู้แสดงรวมทั้งมา “ป๊ะเท่งทึง” ก็มาซะตอนเกือบจะจบ แถมในซีซันนี้อำนาจจิตของซิดนีย์ก็ยังไม่ค่อยมีผลกับความเชื่อมโยงของคุณกับคนที่อยู่รอบข้างเท่าใด ซึ่งถ้าเกิดเทียบกับซีรีส์ได้รับความนิยมของโจนาธาน เอนต์วิสเซิลอย่าง The End of The Fxxxing World พวกเราจะเจอเลยว่าความชมรมของตัวเอกที่เดามิได้ช่วยทำให้พวกเราบันเทิงใจกับการดูได้ตลอดโดยไม่ต้องมีฉากเผาผลาญทุกตอนหรือตลอดระยะเวลาเลยด้วย

ประการถัดมาอันนี้บางทีอาจ

slotจะสม่ำเสมอจากประเด็นการแคสต์ผู้แสดงอย่างที่กล่าวไปแล้วทีนี้คือการที่ซีรีส์มานะโยงไปสู่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาเพศภาวะในตอนวัยรุ่น ที่เพียงพอเอาโซเฟีย ลิลลิส มาตัดผมสั้นในวัยที่คุณเริ่มแก่เกินวัยรุ่นเฮ้วๆแบบตอน IT ภาคแรกและจากนั้นก็ยิ่งทำให้พวกเราไม่ค่อยต้องการจะค้นหาหรือเติบโตไปพร้อมนางเอกนักเพราะว่าในเรื่องนักแสดงอย่าง ซิดนีย์ จะมิได้ถูกตีตราว่าเป็นเลสเบียนหรือไบเซ็กชวลเลย เพราะเหตุว่าคุณเองก็ค้นหาอารมณ์โรแมนติกอีกทั้งระหว่างเพศหญิง และก็เพศชายไปพร้อมเพียงกัน การที่ผู้แสดงมาพร้อมภาพลักษณ์แบบทอมบอยก็เลยพลอยทำให้ผู้ชมชายหนุ่มๆต้องการเมินหน้าหนี ยิ่งอีกทั้งเรื่องคุณจะต้องทำหน้าบึ้งๆบึ้งๆด้วยแล้วนะ โอ้โหแม้กระทั่งมี 8 ตอนก็แทบจะต้องการหยุดมองไปเสียตั้งแต่จบ 3 ทีแรกๆซะงั้นน่ะ